การบรรยายพิเศษ
หัวข้อ “เส้นทางผู้นำ : หลักคิดและเทคนิคการทำงาน”
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญมา ไทยก้าว
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยบูรพา
วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ผศ.บุญมา ไทยก้าว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยบูรพา
|
จากการบรรยายครั้งนี้ ในหัวข้อ
"เส้นทางผู้นำ" : หลักคิดและเทคนิคการทำงาน
ทำให้เราได้ทราบถึงประวัติชีวิตของท่านว่า แต่ก่อนนี้อาจารย์เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งอาศัยอยู่ตามท้องถิ่นชนบททั่วไปเหมือนกับเด็กคนอื่นๆและเติบโตมากับท้องไร่
ท้องนา ที่บ้านของอาจารย์ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาใช้ และถนนหนทางก็ยังไม่มีเหมือนกับในปัจจุบันนี้
อาจารย์ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายตามประสาเด็กๆ ก็จะวิ่งเล่นไปตามคันนา
สนุกสนาน ซุกซนบ้าง ส่วนครอบครัวของอาจารย์ก็อยู่กันแบบเรียบง่าย อาหารการกินก็กินกันง่ายๆ
ที่กินประจำก็คือน้ำพริกที่คล้ายๆกับน้ำพริกหนุ่ม ลวกผักและปลาปิ้ง ถ้าถึงฤดูกาลที่มีปลามากๆ
ที่บ้านก็จะนำปลามาทำน้ำปลาไว้ใช้ปรุงอาหารเอง ซึ่งมีความหอมและอร่อยกว่าน้ำปลาทิพรสเชียวนะ!!
ท่านเป็นคนชอบเรียนหนังสือ อยากเรียนมีความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนมาก เมื่อท่านอายุ 6 ปี ท่านได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดหนองมะเขือ จังหวัดอุทัยธานี ท่านมักจะชอบไปโรงเรียนแต่เช้าอยู่เสมอ บ้านกับโรงเรียนก็ห่างกันไม่มากนัก แม่ของท่านก็จะเดินตามไปดูอยู่ห่างๆ เพื่อที่จะคอยมองท่านอยู่ทุกๆวัน เพราะกลัวท่านจะเป็นอันตราย พอจบชั้น ป.4 ก็ได้ย้ายไปเรียน ม.1 ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านก็ไปอาศัยอยู่กับคนที่รู้จักกับพ่อที่เป็นเจ้าของโรงงานยาสูบ พอท่านเรียนจบชั้น ม.6 ก็ได้ย้ายไปเรียน ม.7,ม.8 ที่โรงเรียนสตรีสันติราษฏร์ ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านได้ไปอาศัยอยู่กับอา พอจบ ม.8 ท่านก็ได้ไปสอบเอ็นทรานซ์เข้าระดับอุดมศึกษาที่คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแต่สอบไม่ติด ท่านจึงกลับไปเป็นครูจ้างที่บ้านนอก เป็นเวลา 5 เดือน แต่ด้วยความที่ท่านมีความมุ่งมั่น มานะ อยากที่จะเรียนเป็นอย่างมากท่านจึงกลับไปสอบเอ็นทรานซ์ใหม่อีกรอบ ซึ่งครั้งนี้เป็นโชคของท่านสอบติดคณะครุศาสตร์ สาขาพละศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านดีใจมาก และท่านยังสอบได้ทุุนของกระทรวงศึกษาธิการ หลังจากนั้นที่อาจารย์เรียนจบปริญญาตรีครุศาสตร์ และได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2510
ท่านเป็นคนชอบเรียนหนังสือ อยากเรียนมีความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนมาก เมื่อท่านอายุ 6 ปี ท่านได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดหนองมะเขือ จังหวัดอุทัยธานี ท่านมักจะชอบไปโรงเรียนแต่เช้าอยู่เสมอ บ้านกับโรงเรียนก็ห่างกันไม่มากนัก แม่ของท่านก็จะเดินตามไปดูอยู่ห่างๆ เพื่อที่จะคอยมองท่านอยู่ทุกๆวัน เพราะกลัวท่านจะเป็นอันตราย พอจบชั้น ป.4 ก็ได้ย้ายไปเรียน ม.1 ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านก็ไปอาศัยอยู่กับคนที่รู้จักกับพ่อที่เป็นเจ้าของโรงงานยาสูบ พอท่านเรียนจบชั้น ม.6 ก็ได้ย้ายไปเรียน ม.7,ม.8 ที่โรงเรียนสตรีสันติราษฏร์ ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านได้ไปอาศัยอยู่กับอา พอจบ ม.8 ท่านก็ได้ไปสอบเอ็นทรานซ์เข้าระดับอุดมศึกษาที่คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแต่สอบไม่ติด ท่านจึงกลับไปเป็นครูจ้างที่บ้านนอก เป็นเวลา 5 เดือน แต่ด้วยความที่ท่านมีความมุ่งมั่น มานะ อยากที่จะเรียนเป็นอย่างมากท่านจึงกลับไปสอบเอ็นทรานซ์ใหม่อีกรอบ ซึ่งครั้งนี้เป็นโชคของท่านสอบติดคณะครุศาสตร์ สาขาพละศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านดีใจมาก และท่านยังสอบได้ทุุนของกระทรวงศึกษาธิการ หลังจากนั้นที่อาจารย์เรียนจบปริญญาตรีครุศาสตร์ และได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2510
หลักการคิด :
ท่านมีเเนวคิดในการทำงานระบบ PDCA คือ
P = plan การวางเเผน
D = do การปฏิบัติตามเเผน
C = check การตรวจสอบ
A = active การปรับปรุงเเก้ไข
หลักการเป็นผู้นำ :
- ความอยากเรียนของอาจารย์ เมื่อมาเป็นครูพละศึกษา ก็สามารถที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับนิสิตได้เป็นอย่างดี
ทั้งการปฏิบัติและทฤษฎี อาจารย์บอกว่า เราต้องเอาตัวให้รอด กับการทำงาน ดีที่สุด
- การที่เป็นผู้นำหรือผู้บริหารคือเราไม่สามารถที่จะทำงานคนเดียวได้ต้องมีคนช่วยคิด
ช่วยทำช่วยแสดงความคิดเห็น จะต้องทำงานเป็นทีม มีทีมเวิร์คที่ดี และที่สำคัญตำแหน่งของคำว่าผู้บริหารนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของอำนาจ
ความเป็นภาวะผู้นำ :
อาจารย์บอกว่าตอนที่ทำงานกัน พอเลิกก็ต้องเก็บงาน งานจะต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความเป็นห่วงแบบให้กำลังใจ ขนาดจะกลับแล้วก็ต้องโทรถามเพื่อเช็คความเรียบร้อยอีกที
หลักคิดในการทำงาน :
การเรียนด้วยความอยากเรียน จะต้องเขียนการบ้านทุกวัน ทบทวนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน มีการจดบันทึกใส่สมุดไดอะรี่ไว้ เพื่อเตือนตัวเองอยู่เสมอ และถ้ามีเวลาว่างก็จะทบทวนบทเรียนที่เรียนมา และก็จะเตรียมจัดตารางสอนพร้อมที่จะเรียนอีกวันหนึ่ง
ภายในตัวเรา สภาวะทางกายกับสภาวะทางจิตต้องสำคัญ แต่ที่สำคัญสภาวะทางจิตต้องนิ่ง สงบ ดังนั้นเราควรตั้งหลักที่ตัวเราเสียก่อน
* คติประจำใจที่ใช้ในการดำเนินชีวิต : ทำในสิ่งที่ควรทำ และทำในสิ่งที่ถูกต้อง *
ถ้าทำในสิ่งที่ผิดหรือทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันอยู่ได้ไม่ยาว
แต่ถ้าเราไม่รู้อะไรที่ถูกหรือผิดนั้น นั่นแหละคือสิ่งที่เราไม่ควรทำ
คนที่เป็น Idol เราในการเป็นผู้นำ :
มีอยู่หลายคนนะ คือเราก็จะมองว่าคนนี้ดี คนนี้ก็ดี คนนั้นดี แล้วเราเอามาใช้กับตัวเอง
การดูแลนิสิต :
วิชาครูนี้สามารถช่วยอะไรได้เยอะเลย ใส่ความรู้สึกว่าเขาคือลูกหลาน ใส่ใจในวิชาเรียน และความรู้ในชีวิต คอยเตือนนิสิต และที่สำคัญจะต้องมีความเข้าใจในตัวนิสิตด้วย
ขอขอบพระคุณ
รองศาสตราจารย์บุญมา ไทยก้าว
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต
มหาวิทยาลัยบูรพา
ดร.สุภัสตรา เก้าประดิษฐ์ ทรัพย์ชูกุล
หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสรตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา




